..In-Depth Analysis : The Prestige..

posted on 11 Nov 2006 16:52 by asplera  in Film

- The Prestige In-depth Analysis -


เกริ่นไว้ว่าอยากจะวิเคราะห์เจาะลึกเรื่องนี้ เนื่องจากชอบมั่กๆ บอกก่อนว่าบทความข้างล่างสปอย์นะคะ ไม่สปอยแล้วบางเรื่องเจาะไม่ได้ง่ะ ถ้ายังไม่ชมไม่อยากให้อ่านค่ะ ความคิดที่จะเขียนต่อไปนี้บางส่วนไม่ได้original แต่ได้มาจากการอ่านและคิดต่อยอดจากบอร์ดIMDB

Because you want to be fooled
อยากที่บอกในเอนทรี่วันก่อน ว่าหนังเรื่องนี้ถือเป็นmagic trickในตัวมันเอง สิ่งที่ตัวคัตเตอร์ซึ่งเป็นnarratorของเรื่องพูดไว้หลายๆทีจริงๆแล้วก็เหมือนบอกกับผู้ชม ผู้ชมเปรียบเสมอคนไปเข้าชมมายากล และหนังก็คือมายากลที่จะแสดงให้ดู ณ ตอนสุดท้ายแองเจีรย์บอกไว้ว่า Because they want to be fooledก็พูดถึงความจริงเวลาที่คนไปดูมายากล เรารู้ว่ามันเป็นมายากล เราคาดหวังว่าจะดูมายากลและอยากเห็นอะไรแปลกๆใหม่ๆ ตื่นเต้นตกใจ ในความเป็นจริงถ้าเราเห็นคนโดนเลื่อยเป็นสองซีกเราคงกรีดร้องด้วยความสะพรึงกลัว แต่พอมันอยู่บทเวทีมายากล เราก็สนุกและชื่นชอบ แถมยังตั้งใจลืมนึกถึงหลักความจริงทั้งหลายแหล่เพื่อสนุกกับมัน สิ่งนี้เป็นจุดironyในเรือง คัตเตอร์ได้บอกแองเจียร์ชัดเจน ว่าทริกคนย้ายที่ในพริบตาของบอร์เดนก็ใช้หลักง่ายๆเท่านั้น แต่ให้ตายแองเจียร์ก็ไม่เชื่อ

Foreshadowing and clues
ตัวหนังเองบอกใบ้ถึงความจริงตอนสุดท้ายไว้มากมาย ซึ่งเราอาจจะไม่ทันได้สังเกตเห็นหรืออีกนัยนึง คือเราตั้งใจที่จะมองข้ามมันไป เพื่อจะได้ถูกหลอกในตอนสุดท้าย จุดใบ้ที่สำคัญมากๆที่foreshadowเรื่องที่เกิดขึ้น คือฉากที่บอร์เดนเป็นผู้ช่วยนักมายากลแสดงทริกการเสกนกให้หายไป (ทริกนี้เรียกว่าThe Vanishing Dove หาอ่านได้จากหลายๆเว็บค่ะ ถ้าสนใจ) หลานชายซาร่าห์ร้องไห้เพราะนกตาย แม้บอร์เดนจะนำนกเป็นๆมาให้ดูว่ามันเป็นแค่ทริก เจ้าหลายชายนี่ก็บอกอีกว่า What's about his brother? ถ้าเราปะติดปะต่อคำใบ้ทั้งหมดในเรื่อง มันน่าจะไม่ยากที่เราจะรู้ถึงความจริงตอนสุดท้าย แต่ความจริงก็คือ.. แล้วคุณตั้งใจที่จะรู้ความจริงหรือเปล่า หรือว่าคุณอยากถูกหลอกเพื่อความสนุกกันแน่?

Rivalry
ธีมหลักในเรื่องนี้คือการต่อสู้พาดฟันกันของสองฝ่าย ซึ่งแบ่งออกไปได้อีกหลายทาง
- Nature vs. Nurture : บอร์เดนนั้นจัดว่าเป็นนักมายากลโดยพรสวรรค์ ทริกต่างๆเค้าสามารถดูออกโดยพริบตา ในขณะที่แองเจียร์เป็นนักมายากลที่ขึ้นมาด้วยพรแสวง เขาตามหลังบอร์เดนก้าวหนึ่งเสมอๆ การไล่ตามบอร์เดนและพยายามเอาชนะให้ได้เป็นแรงผลักดันให้เขาค้นหาทริกใหม่ๆ ได้รับการชี้แนะจากคัตเตอร์
- Nature vs. Manmade : ทริกมหัศจรรย์การเคลื่อนที่ในพริบตาของบอร์เดนนั้น เป็นความเรียบง่ายของธรรมชาติ-คู่แฝด ในขณะที่ทริกเดียวกันของแองเจียร์คือผลความมานะพยายามของมนุษย์ที่อยากสร้างสิ่งที่ไม่ตามธรรมชาติขึ้นมา
- Tesla vs. Edison : แม้หนังจะไม่ได้เน้นย้ำถึงการต่อสู้ห้ำหั่นของสองนักวิทยาศาสตร์แห่งยุคคู่นี้มากนัก แต่เป็นความจริงในประวัติศาสตร์ ที่สองคนนี้แข่งกันมาตลอด
- Working class vs. Aristocrat : บอร์เดนปากกัดตีนถีบอยากมีชีวิตดีขึ้นมาตลอด ตอนหลังๆเฉลยด้วยว่าโตมาในบ้านสงเคราะห์ เรียกได้ว่าเป็นตัวแทนของชนชั้นแรงงานในยุคสมัยของการปฏิวัติทางอุสาหกรรมรอบที่สองในอังกฤษ ส่วนแองเจียร์นั้นตลอดเรื่องจะดูเหมือนมีตังให้ฟุ่มเฟือยได้ตลอด แต่งตัวเนียบ ที่อยากเล่นมายากลก็เพราะชอบไม่ได้เพื่อหาเลี้ยงชีพ และตอนต้นที่คุยกับจูเลียยังบอกว่าต้องใช้ชื่อปลอมเพื่อไม่ให้เสียชื่อวงค์ตระกูล เขาคือตัวแทนของชนชั้นอภิสิทธิ์ชน สุดท้ายแล้วแองเจียร์ตาย บอร์เดนรอดไปครึ่งนึง นี่อาจจะสะท้อนถึงอนาคตของอังกฤษก็ได้ ชนชั้นแรงงานมีอำนาจเบื้องหลังเศรษฐกิจและสังคมที่แท้จริง ในขณะที่ชนชั้นสูงเป็นเพียงความหลังและค่อยๆเลือนหายไปในประวัติศาสตร์

How much are you willing to sacrifice?
คำถามนี้คือสิ่งที่เป็นหัวใจของหนังเรื่องนี้ เพื่อให้ถึงจุดหมาย-ยอดนักมายากลในเรื่อง คุณยอมเสียสละแค่ไหน?

Identidy
จากคำถามบทโยงมาถึงสิ่งนี้ ทั้งบอร์เดนและแองเจียร์ ต่างก็ยอมเสียสละสิ่งที่เรียกว่าidentity-ความเป็นปัจเจกบุคคลของตัวเองเพื่อให้ได้จุดสูงสุดมา
- บอร์ดเดนยอมใช้ชีวิตทุกวัน-สองคนในร่างเดียว ในนัยเป็นการสละทิ้งความเป็นปัจเจกบุคคลอันเก่า อีกนัยก็เป็นการสร้างตัวตนใหม่ร่วมกันของทั้งสองด้วย บุคลิกที่ซับทับซ้อนนี้ทำให้ทั้งคู่เสียคนรักไป และพูดอีกแง่นึงได้ว่าเสียครึ่งหนึ่งของชีวิตไปด้วย
- แองเจียร์เพื่อชนะบอร์เดนให้ได้ ยอมทำสิ่งผิดธรรมชาติ ฆ่าตัวตาย/ฆ่าร่างโคลนตายในทุกๆเย็น โดยที่ตัวเองก็ยังสับสนว่าร่างไหนจะเป็นคนที่จมน้ำตาย ร่างไหนจะเป็นคนที่ยืนกลางสปอร์ตไลท์รับเสียงปรบมือกันแน่ ร่างโคลนตามทฤษฏีแล้วเหมือนต้นฉบับทุกๆแง่ เพราะฉะนั้นจะต้นฉบับหรือร่างโคลนตาย มันก็ดูเหมือนไม่สำคัญอีกต่อไป แองเจียร์ยอมทิ้งสิ่งนี้ได้เพื่อชัยชนะ

Who's the surviving Angier?
ในเว็บบอร์ดของIMDBมีการถกเถียงกัน ว่าตกลงต้นฉบับหรือร่างโคลนของแองเจียร์ที่ตายและอยู่รอดในการแสดงทุกๆครั้ง? แม้ว่าหลังจากดูอีกรอบแล้วสรุปว่าที่อยู่รอดคือต้นฉบับ แต่ความจริงมันไม่สำคัญ เพราะมันโยงกลับไปถึงธีมข้อที่แล้ว นั่นคือ ณ จุดที่แองเจียร์กระหายชัยชนะเหนือบอร์เดน เขายอมละทิ้งแม้แต่ตัวเองไปแล้ว

Protagonist vs. Antagonist
จุดน่าสนใจอีกจุดของหนังเรื่องนี้คือ ความแต่งต่างของตัวนำจากเรื่องราวทั่วไป แองเจียร์นั้นปรากฏกายแรกเป็นprotagonist ตัวเอกที่แม้กระทั่งฆ่านกก็ไม่อยากทำ กลายเป็นtragic heroเมื่อจูเลียตาย และเริ่มหมกมุ่นกับการแก้แค้นที่กลายร่างเป็นความอยากเอาชนะ จนทำให้ถึงจุดจบสิ้น-ความตาย อันเป็นdownfallที่เลี่ยงไม่ได้ แต่ถ้ามองอีกแง่นึง แองเจียร์คือตัวเอกฝ่ายดีที่กลายเป็นตัวเอกฝ่ายร้ายในตอนท้าย สลับกับบอร์เดน ซึ่งดูเหมือนคนร้ายกาจที่ค่อยๆเผยด้านหนึ่งที่อ่อนโยน ใจเย็นและมีเหตุผล ถ้าพูดติดตลกว่า พระเอกหนะ..ยังไงก็ไม่ตายหรอก บอร์เดนก็คงเป็นพระเอกในตอนท้ายละมั้ง

Sarah knows?
ซาร่าห์ ภรรยาโดยชอบธรรมของบอร์เดนดูเหมือนจะเป็นคนรับผลร้ายจากทริกของสามีมากที่สุด เหมือนเธอจะรู้ว่าตัวตนจริงๆของสามีมีสองคน ไม่ว่าจะเป็นในแง่บุคลิกซ้อน หรือสองร่าง สิ่งที่ทำให้เธอแตกสลายคงเป็นความเชื่อมั่นระหว่างสามีภรรยา ซึ่งบอร์เดนไม่สามารถมีให้ได้

The Borden Twins
ถ้าสังเกตดีๆ จะดูออกว่ามีสองแฝด ไม่ได้เพราะรูปร่างที่ต่างหาก แต่เพราะบุคลิกนิสัยที่แตกต่าง
- แฝดบ้าระห่ำ - Freddy : คือคนที่บ้าจี้อยากท้าทาย ผูกเงื่อนแก้ยากให้จูเลีย ตามแก้แค้นเอาคืน หักหน้าแองเจียร์หลายต่อหลายครั้ง ตะโกนใส่ฟัลลอนเพื่อนร่วมงานว่าพยายามคิดเข้าสิ คิดให้ได้ว่าความลับทริกเด็ดของแองเจียร์คืออะไร รักโอลิเวียและอยากให้เธอเรียกเค้าว่าเฟรดดี้ ทะเลาะกับซาร่าห์ก่อนซาร่าห์จะผูกคอตาย ให้คำใบ้ปลอมteslaแก่แองเจียร์และวางแผนเรื่องไดอารี่ปลอมทั้งหมด
- แฝดผู้มีเหตุผล - Alfred/Alburt : คือคนที่ไปเคารพศพจูเลีย และบอกว่าไม่รู้ว่าตัวเองผูกเงื่อนอะไรในครั้งแรก บอกฟัลลอนหรือจริงๆคือเฟรดดี้ให้ล้มเลิกตามจับทริกของแองเจียร์ได้แล้ว ยอมรับความพ่ายแพ้ รักซาร่าห์ ถูกฝังในโลงศพเพราะทริกของแองเจียร์
แต่ไม่ว่าคนไหนก็รักเจส ลูกสาวอันเกิดแก่ซาร่าห์สุดหัวใจ เจสในที่นี้เสมอตัวเชื่อมแฝดทั้งสอง เป็นตัวแทนของความเหมือนและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวของคู่แฝดที่ต่างกัน ในขณะที่คนรักทั้งสอง ซาร่าห์และโอลิเวีย เป็นเหมือนตัวแปรที่ทำให้เห็นถึงความต่างของสองคู่แฝดซะมากกว่า

Why wasn't Julia rescued?
อีกจุดที่IMDBคุยกันคือทำไมคัตเตอร์ บอร์เดนและแองเจียร์ถึงไม่ช่วยจูเลียด้วยการเปิดฝาแท้งน้ำ แล้วดึงตัวเธอออกมา ถ้าสังเกตดีๆ แองเจียร์เองก็เงยหน้ามองที่ล๊อค แต่ก็ตัดสินใจรอให้คัตเตอร์ใช้ขวานจามกระจกให้แตกแทน (แท้งน้ำที่ว่าตัวล๊อคเป็นของปลอม และมีช่องให้นักแสดงที่อยู่ในแท้งลอดมือมาปลดล๊อคเองได้) สำหรับมุก ข้อสรุปคือ เพราะทั้งสามคนต่างก็ยึดมั่นในมายากลมาก หากยอมเปิดล๊อคนั่นแปลว่าทริกมายากลชุดนี้จะถูกเปิดเผยต่อหน้าสาธารณชน และใช่มันไม่ได้อีกต่อไป พวกเขาเลยยินยอมกันเงียบๆที่จะใช้วิธีเรียง่ายด้วยขวานแทน นี่อาจจะบอกถึงความหมกมุ่นในมายากลของทั้งสาม
อีกจุดหนึ่งคือ หลังการแสดงรอบแรก จูเลียกับบอร์เดนอยากให้ลองใช้เงื่อนที่ยากขึ้นในการแสดงต่อไป จูเลียบอกอย่างมั่นใจว่าเธอแก้เงื่อนยากๆได้ นี่บอกเป็นนัยว่าเธอน่าจะไม่เคยเจอเหตุผิดพลาดแก้เงื่อนไม่ออกมาก่อน (ก็ถ้าเคยเกือบตายมาแล้ว ใครจะมั่นใจใช่มั้ยละ) และอาจเพราะเหตุนี้ เนื่องจากไม่เคยมีเหตุการณ์ผิดพลาดมาก่อน คัตเตอร์อาจจะประเมินเวลาที่ต้องใช้ขวานทุบกระจกต่ำกว่าความเป็นจริง เลยทำให้ช่วยจูเลียไม่ทัน

Who tied the knot?
แองเจียร์ถามบอรเดนครั้งแล้วครั้งเล่า ว่าผูกเงื่อนอะไรในวันนั้น หลังจากดูซ้ำอีกรอบก็ได้ข้อสรุปว่า คนที่ผูกเงื่อนวันนั้นคือแฝดบอร์เดนผู้บ้าระห่ำ แต่คนที่ถูกถามเมื่อไปเคารพศพจูเลียนั้นเป็นแฝดผู้อ่อนโยนกว่า เขาไม่ใช่คนผูกเงื่อนเลยตอบไม่ได้ หลังจากนั้นแองเจียร์ก็ถามอีก คราวนี้ถามถูกคนแต่บอร์เดนก็ยังเลือกตอบว่าไม่รู้เหมือนเดิมเพื่อรักษาความลับในการเป็นคนๆเดียวเอาไว้

Why 100 shows?
ทำไมแองเจียร์ต้องเจาะจงว่าจะจัดการแสดงแค่ 100 ครั้งเท่านั้น สำหรับมุก มองว่ามันเป็นเรื่องของจิตวิทยาในการลวงบอร์เดนมาติดกับด้วยการมาชมการแสดงให้ได้ การบอกว่าจะจัดแสดงโชว์แต่ไม่ระบุจำนวนมันเลื่อนลอย และสร้างโอกาสให้บอร์เดนไม่แน่ใจว่าจะมาหรือไม่มาดีไปเรื่อยๆ แต่พอกำหนดรอบมันเหมือนการสร้างกรอบบังคับขึ้นมา ท้าทายบอร์เดนว่าถ้าอยากรู้ ก็ต้องมาให้ทันในหนึ่งร้อยรอบนี่นะ (แต่ความจริงในหนังสือ แองเจียร์ใช้โชว์นี้หาตังมาโป๊ะทรัพย์สินของตระกูลที่ผลาญไปเพราะการทดลองของเทสล่าอ่ะนะ)

Killing two birds with one stone
การที่แองเจียร์จัดกับดักวางแท้งน้ำไว้ล่างเวลาสำหรับทริกเคลื่อนที่ในพริบตานั้น ถือเป็นการยิงนัดเดียวได้นกสองตัว นกตัวแรกคือการกำจัดแองเจียร์ที่เกินความจำเป็นขึ้นมาทิ้ง มันคงความแตกแน่ถ้ามีแองเจียร์หลายๆคนวิ่งเล่นเต็มไปหมด (แหม แต่มุกชอบอ่ะ พี่ฮิวหลายๆคน หุหุ) นกตัวที่สองคือ เมื่อใดก็ตามที่บอร์เดนพ่ายแพ้ต่อความอยากรู้และเอาชนะ มาด้อมๆมองๆ เขาจะกลายเป็นผู้ต้องสงสัยทันทีเมื่อถูกพบพร้อมกับศพของแองเจียร์

Obession
แองเจียร์นั้นตอนแรกเหมือนตามอาฆาตบอร์เดนเพราะอยากแก้แค้นการตายของจูเลีย จากนั้นสลับไปมาระหว่างความสับสนอยากเอาชนะบอร์เดนกับความทะเยอทะยานอยากเป็นยอดนักมายากล ในใจลึกๆแองเจียร์ก็ยอมรับว่าบอร์เดนเหนือกว่าตัวเอง เลยอยากรู้ทริกทุกอย่างและทำให้ได้เหนือกว่า แต่สุดท้ายบอร์เดนยอมให้บทสรุปส่วนที่สาม[the prestige]แก่แองเจียร์ในร่างลอร์ดโคดโลว เขากลับฉีกมันทิ้งซะนี่ เพราะ ณ จุดนั้น แองเจียร์ไม่ได้ต้องการเป็นยอดนักมายากลแล้ว เขาต้องการเพียงแค่ชนะบอร์เดนและทำอย่างนั้นเพื่อหยามบอร์เดน

จริงๆแล้วยังมีรายละเอียดอีกหลายข้อ ที่ตอนเขียนนี้หลงๆลืมๆไป
สิ่งที่สรุปมาไม่อาจการันตีว่าถูกต้อง 100% เป็นแค่การตีความแบบหนึ่ง
และเพราะความคลุมเคลือและความเป็นไปได้หลายๆอย่าง
ก็เป็นจุดหนึ่งที่น่าสนใจของหนังนี้
สองพี่น้อง Nolan ผู้เคยสร้าง Memento คงตั้งใจให้หนังเป็นมายากลแก่ผู้ชม

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet